กระทรวงทรัพยฯ ประกาศ 7 อุทยานมีศักยภาพเปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่ได้
ตามที่มีข่าวเกี่ยวข้องกับการเปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และมีกระแสคัดค้านจากหลายฝ่าย ทางกระทรวงทรัพยฯ จึงจัดให้มีเวทีประชาพิจารณ์ในวันที่ 24 กันยายน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ในส่วนของนักดำน้ำขณะนี้มีหลายท่านที่กำลังติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับประเด็นนี้ ทาง FiNS จะพยายามรวมข่าวคืบหน้าที่เกี่ยวข้องมาเล่าสู่ฟัง ขอเริ่มจาก ข่าวจาก Suthichaiyoon.com ของคุณ สุทธิชัย หยุ่น ได้รายงานข่าวล่าสุดดังนี้
http://www.suthichaiyoon.com/WS01_A001_news.php?newsid=5227
หัวข้อข่าว เผยกระทรวงทรัพยากรฯเปิดให้เอกชน เช่าพื้นที่ 7 อุทยานแห่งชาติแล้ว
กรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินหน้าสำรวจ 7 อุทยาน รวม 24 พื้นที่ให้เอกชนเช่า ทั้งหมดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังฝั่งอันดามัน อุทยานเจ้าไหมเพิ่มโซนท่องเที่ยวถึง 7 จุด กินพื้นที่กว่า 1,910 ไร่ เผยล่าสุดกลุ่มบริษัทบ้านปูละคร เสนอแผนลงทุนโรงแรม 5 ดาว ที่ “อ่าวเมาะ” และ “เกาะตะรุเตา” ขณะที่เวทีประชาพิจารณ์กำหนด 24 ก.ย. นี้
ก่อนหน้านี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมจัดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น กรณีนโยบายให้เอกชนเข้าใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อจัดบริการท่องเที่ยวในวันที่ 24 ก.ย.นี้ แต่ในระดับพื้นที่กลับมีการดำเนินการสำรวจเปิดเช่าอุทยานแห่งชาติ โดยล่าสุดสรุป 7 อุทยานแห่งชาติที่มีศักยภาพเปิดเอกชนเช่าพื้นที่ได้แล้ว
จากการตรวจสอบเอกสารการประชุม คณะกรรมการอำนวยการด้านการส่งเสริมให้เอกชนเข้าร่วมบริการการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ที่มีนายวิชิต พัฒนโกศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นประธาน โดยการประชุมเมื่อวันที่ 8 ก.ค.2551 ได้สรุปแผนศึกษาความเป็นไปได้ ในการเปิดเช่าอุทยานแห่งชาติ โดยแบ่งคณะทำงานเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมของพื้นที่ออกเป็น 3 ชุด คือ ชุดที่ 1 ภาคใต้ ชุดที่ 2 ภาคเหนือ และชุดที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคกลาง
สำหรับหน้าที่ของคณะทำงานดังกล่าว จะทำหน้าที่สำรวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และนำเสนอรายละเอียดความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ในเขตความรับผิดชอบ พร้อมสรุปบริเวณที่จะให้เอกชนลงทุนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
สรุปยก 7 อุทยานฯ ดังให้เอกชน
นอกจากนี้คณะกรรมการอำนวยการฯ ได้จัดประชุมครั้งที่ 2/2551 เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนายนพดล พฤกษะวัน หัวหน้าคณะทำงานชุดที่ 1 (ภาคใต้) ได้สรุปรายละเอียดการสำรวจอุทยานภาคใต้เบื้องต้น เสนอ ต่อคณะกรรมการอำนวยการฯ กระทั่งมีมติเลือก 7 อุทยานแห่งชาติ และกำหนดจุดบริการเพื่อการท่องเที่ยว 24 แห่ง ประกอบด้วย
“บ้านปูละคร” เช่าอ่าวเมาะและ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมดังกล่าวยังได้มีนำเสนอการขออนุญาตเช่าพื้นที่บริการบริเวณอ่าว “เมาะและ” ที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา โดยบริษัทบ้านปูละคร (2550) จำกัด ที่ได้เสนอแผนวิเคราะห์การลงทุนพัฒนาโรงแรมระดับห้าดาวจำนวน 140 ห้อง บนพื้นที่อ่าวเมาะและ แต่ที่ประชุมยังเห็นว่าเอกสารยังไม่ครบถ้วนตามระเบียบว่าด้วยการอนุญาตปี 2547 จึงไม่พิจารณา และให้นำเรื่องกลับไปพิจารณาโดยละเอียดว่าไม่ครบถ้วนในประเด็นใดบ้าง และให้นำเสนอเป็นเอกสารมาอีกครั้ง
แหล่งข่าวจากกระทรวงทรัพยากรฯ ระบุว่า แผนสำรวจพื้นที่บริการของอุทยานทางภาคใต้ ที่เสนอให้กับนายวิชิต เป็นเพียงการพิจารณาความเป็นไปได้เบื้องต้นเท่านั้น เชื่อว่าต้องมีอีกหลายขั้นตอนกว่าจะส่งให้เอกชนมาลงทุนได้ เนื่องจากต้องส่งรายละเอียดให้กับส่วนศึกษานันทนาการและสื่อความหมาย รามทั้งสำนักวิจัยอุทยานฯ พิจารณาว่าพื้นที่บริการเหล่านั้น กำหนดอยู่ในแผนแม่บทจัดการอุทยานแห่งชาติหรือไม่
“บางแห่งที่กำหนดเขตบริการเพิ่มเติมนั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติต้องพิจารณานำเสนอให้เป็นไปตามระเบียบกรมอุทยานปี 2547 ข้อ 9 ซึ่งกำหนดไว้ว่าพื้นที่ที่จะอนุญาตเป็นเขตบริการ การขออนุญาตและการอนุญาต ซึ่งในเรื่องนี้ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติต้องรายงานกรมอุทยานฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติ และกรณีอุทยานที่ยังไม่ได้จัดทำแผนแม่บทการจัดการอุทยาน จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการออกไปสำรวจคัดเลือกพื้นที่และกำหนดเป็นเขตบริการ เพื่อเอกชนสามารถขอใช้ประโยชน์พื้นที่”
แหล่งข่าวกล่าวชี้มีแผนแม่บท 60 แห่ง
นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีอุทยานแห่งชาติที่มีการประกาศจัดตั้งรวม 110 แห่งจากทั้งหมด 148 แห่ง ที่กำหนดเป็นอุทยานฯ และมีเพียง 60 แห่งที่จัดทำแผนแม่บทแล้วเสร็จ แต่ในจำนวนนี้ 45 แห่งหมดอายุแล้ว เช่น เขาใหญ่ ตะรุเตา เกาะพีพี เขื่อนศรีนครินทร์ แก่งกระจาน ภูกระดึง ทับลาน สุรินทร์ สิมิลัน ดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพ - ปุย เป็นต้น เนื่องจากกำหนดแผน คราวละ 5 ปี ส่วนอีก 15 แห่งยังไม่หมดอายุ ส่วนอีก 50 แห่ง ยังอยู่ระหว่างการเตรียมจัดทำแผนแม่บทอุทยานแห่งชาติเพิ่มเติม และอีก 38 แห่งกำลังเตรียมการประกาศ
สำหรับแผนแม่บทการจัดการอุทยานแห่งชาติ จะใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการทรัพยากรในอุทยาน เพื่อให้เกิดความชัดเจน จึงได้โซนนิ่งพื้นที่เอาไว้ 6 ลักษณะ ได้แก่ เขตบริการ เขตนันทนาการ เขตสงวนสภาพธรรมชาติ เขตหวงห้าม เขตฟื้นฟู และเขตกิจกรรมพิเศษ รวมทั้งต้องมีรายละเอียดข้อมูลพื้นฐานเชิงพื้นที่ ทรัพยากรพืช สัตว์ที่มีความโดดเด่น ลักษณะสภาพพื้นที่ อากาศ ดิน น้ำ ชายหาด แหล่งท่องเที่ยว มีประชาชนอยู่หรือไม่ ตลอดจนจำนวนบุคลากร ดังนั้นเมื่อครบ 5 ปี จึงจำเป็นต้องทบทวนรายละเอียดใหม่ทั้งหมด โดยดูจากปัจจัยทั้งด้านธรรมชาติ ด้านการท่องเที่ยวที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนจะนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อเปิดให้เอกชนใช้พื้นที่หรือไม่นั้น ทางสำนักวิจัยฯ ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง เพียงแต่อยู่ในแผนงานที่กำหนดไว้แล้ว เพราะการศึกษาแผนแม่บทแห่งหนึ่งต้องจ้างนักวิชาการเก็บข้อมูลและสรุปมากกว่า 1 ปี
เตรียมจัดประชาพิจารณ์ 24 ก.ย.
แม้จะมีการกำหนดอุทยานฯ ที่มีศักยภาพในการเปิดเอกชนเช่า แต่กระทรวงทรัพยากรฯ ยังได้เตรียมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น นายธีรภัทร์ ประยูรสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนัก แผนงานและสารสนเทศ กรมอุทยานฯ กล่าวว่า รูปแบบจะเป็นลักษณะเวทีเปิด โดยได้เชิญนายวิชิต ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการฯ จะชี้แจงถึงความเป็นมาของโครงการ และความคืบหน้าในการดำเนิน งาน และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนนักวิชาการที่จะทาบทามมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในเวทีได้แก่ ดร.ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ รวมทั้งผู้แทนจากมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร และกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งจากหน่วยงานรัฐ เอกชน และผู้นำชุมชนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และผู้ที่มีความห่วงใยต่อประเด็นนี้ที่สามารถเข้าร่วมเวทีสัมมนาดังกล่าว ซึ่งเปลี่ยนแปลงการจัดงานเป็นวันที่ 24 ก.ย.นี้ ที่ห้องประชุมกรมอุทยานแห่งชาติฯ
