Skip to navigation


ปลูกปะการังที่หมู่เกาะพีพีกับ โครงการ “สร้างสำนักปลูกป่าใต้น้ำเพื่อพ่อ”

regist ที่มุมหนึ่งของ Counter D ในสนามบินสุวรรณ ูมิ ตอนเช้าตรู่ของวันที่ 26 นักดำน้ำกว่า 120 ชีวิต มารวมตัวกัน เพื่อรอ checks in ขึ้นเครื่องบินโดยสาร ของสายการบิน ไทยแอร์เอเชีย

ชมรมผู้สอนดำน้ำแห่งประเทศไทย และ ชมรมอนุรักษ์ และฟื้นฟูส าพแวดล้อม ทางทะเล ได้นำนักดำน้ำ บินตรงสู่จังหวัดกระบี่ เพื่อร่วมโครงการ “สร้างสำนักปลูกป่าใต้น้ำเพื่อพ่อ” ซึ่งเป็นโครงการ ที่ชมรมทั้งสองได้ร่วมกันกับ สถาบันวิจัย และพัฒนาทรัพยากร ทางทะเล ชายฝั่งทะเล และ ป่าชายเลน เพื่อปลูกปะการัง ในพื้นที่หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

บรรยากาศช่วงเช้า เต็มไปด้วยความคึกคัก นักดำน้ำที่มาถึง ทยอยลงทะเบียน รับเสื้อที่ระลึก สีเหลืองสดสวยงาม กลุ่มนักดำน้ำเข็นรถเข็นเข้า check in กันด้วยน้ำหนักล้นปรี่ เพราะอุปกรณ์ดำน้ำ พอได้เวลาเครื่องบินของเรา ได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อพานักดำน้ำเกือบเต็มทั้งลำ ไปยังจังหวัดกระบี่

welcome สนามบินจังหวัดกระบี่ช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน เมื่อเทียบ facilities ายในตัวอาคาร หลังจากการต้อนรับ ของทางจังหวัด พวกเราก็ทยอยกัน ขึ้นรถบัสเดินทางไปยังท่าเทียบเรือ แวะรับประทานอาหารกลางวัน แบบ าคใต้แท้ๆ เพิ่มพลังงานกันก่อนขึ้นเรือ ที่ท่าเทียบเรือ ก่อนที่เรือจะออกเผอิญมีเหตุสุดวิสัย กับเรือข้ามเกาะ ลำที่วิ่งเป็นประจำ ทำให้เรือที่ทีมงานเช่าเหมาลำไว้ ต้องรับประชาชนคนอื่นๆ นอกจากนักดำน้ำข้ามไปที่เกาะพีพีด้วยกัน เรียกว่าทำบุญทำทาน ใจดีกันตั้งแต่ต้นทริปเลยเชียว หลังจากเริ่มต้นวันตั้งแต่เช้าที่กรุงเทพ เกือบหกโมงเย็นของวันแรกเราก็ได้เหยียบพื้นเกาะพีพีในที่สุด

อาหารเย็นแบบเต็มรูปแบบถูกจัดมาให้พวกเราที่หิวโซจากการเดินทางมาทั้งวัน ที่ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมพีพีโฮเต็ล พออิ่มท้องก็เป็นช่วงพิธีการเปิดงานโดยตัวแทนของชมรมครูผู้สอนดำน้ำไทย และชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูส าพแวดล้อมทางทะเล และการกล่าวต้อนรับจากคุณชาย พานิชพรพันธ์ รองผู้ว่าฯ จังหวัดกระบี่ แล้วก็เข้าสู่ช่วงวิชาการอย่างจริงจัง โดย ดร.นลินี ทองแถม บรรยายเรื่องปะการังของพื้นที่ พื้นที่ที่ปะการังจะเติบโตได้ดี และปิดท้ายด้วยวิธีการปลูกปะการังที่เราจะทำในคราวนี้

dr nalinee โครงการปลูกปะการังของ ดร.นลินี ได้ทำการศึกษา และพัฒนามาเป็นเวลาหลายปี ในหลายวิธีการ และหลายพื้นที่ โดยที่วิธีการ ที่ใช้ในครั้งนี้ เป็นการเพาะชำกิ่งเล็ก ของปะการังประเ ทเขากวาง แล้วนำไปผูกยึดติดกับเหล็กเส้น ซึ่งยึดแน่นกับโครงสร้างปูน (ปะการังเทียม) ที่กองสูงเป็นชั้นๆ อย่างน่าตื่นตา โดยที่ปะการังจริง จะเติบโตและยึดเกาะ กับเหล็กเส้นได้อย่างรวดเร็ว แล้วจะมีการแตกหน่อเติบโตต่อไป

เนื่องจากผู้ร่วมคณะปลูกป่าคราวนี้มี จำนวนรวมกันร้อยกว่าคน จึงต้องมีเรือสนับสนุน ในการนี้ทั้งหมด 4 ลำ ซึ่งได้รับการมอบหมาย ให้รับผิดชอบทุ่นหมายเลขต่างๆกัน โดยแต่ละลำจะแบ่งเป็น 2-3 ทีม ทีมละประมาณ 10 คน แต่ละคน จะรับผิดชอบการปลูกปะการังจำนวน 6 ต้น จากจำนวน นักดำน้ำอาสาสมัครกว่า 100 คน คำนวณแล้ว เป็นปะการังจำนวนมากกว่า 600 ต้นที่เราจะปลูกกัน ในคราวนี้ แต่เพราะพื้นที่ของการทำงาน ที่มีขนาดไม่กว้างนัก ทำให้ต้องแบ่งงานกันทำ โดยที่เรือสองลำ จะไปดำน้ำ ชื่นชมความสมบูรณ์ ของธรรมชาติของพีพีก่อน ในช่วงเช้า ในขณะที่เรืออีกสองลำ ไปทำงานปลูกป่าใต้น้ำกัน และจะสลับพื้นที่ดำน้ำกัน ในช่วงบ่าย ทำให้นักดำน้ำ ไม่แออัดอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เยอะเกินไป

หลังจากนัดแนะทำความเข้าใจกันดีแล้วก็แยกย้ายพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปดำน้ำ

opening วันนี้ ก่อนขึ้นเรือมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ กล่างเปิดโดยคุณนงนาถ วัฒนฉัตร เมื่อพิธีเปิดจบลง พวกเราร้อยกว่าชีวิตก็แยกย้ายกันลงเรือตามที่ได้รับมอบหมาย เรือที่ทีม FiNS ถูกจัดให้นั้น เป็นเรือของบริษัท Aquanaut วันแรกนี้เรือของเรามีนักดำน้ำรวมกัน 26 คน เรือของเรามีส าพแออัดเล็กน้อย แต่ไม่เป็นปัญหา เพราะทุกๆคนตั้งใจกันมาทำงานอย่างเต็มที่ เรือของเราจะต้อง ลงไปปลูกปะการังกันในไดฟ์ที่ 2 ไดฟ์เช้าของพวกเรา จึงเป็นการดำน้ำชมความสวยงาม ของหมู่เกาะพีพี คุณเบิ้ม (หัวหน้าทีม) พี่หมี และ คุณหนาน Divemaster ท้องถิ่นเลือกที่จะพานักดำน้ำ ไปที่เกาะบิดะนอก ที่เกาะบิดะนอกวันนี้ น้ำใสพอสมควร มีฝูงปลามากมาย นักดำน้ำทั้งหลาย ต่างก็มีความสุขกับท้องทะเล เมื่อขึ้นมาจากน้ำ เรือของเราก็เคลื่อนตัว สู่หมายดำน้ำที่เป็น จุดที่เราจะทำการปลูกปะการังกัน ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดดำน้ำ ที่นักท่องเที่ยวเรียกกันว่า ถ้ำ Viking ระหว่างพักน้ำ นักดำน้ำก็ รับประทานอาหารกลางวันกัน มื้อนี้ นอกจากข้าวกล่องที่ทีมงาน เตรียมมาให้แล้ว เรายังได้รับไข่เจียว ข้าวผัด และไก่ทอด อุปการะจากเรือ โชคศุลี ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือ ที่ให้การสนับสนุนโครงการ

structure coralplanting ไดฟ์สองไดฟ์ทำงานของพวกเรา เริ่มต้นด้วยการอธิบายสรุปโดยพี่หมี และทำการแจกอุปกรณ์อันได้แก่ เหล็กเส้น กรรไกร เชือกสำหรับผูกเหล็ก และ สายรัดพลาสติก ทีมทำงาน เริ่มกระโดดลงน้ำ ทีละกลุ่มเพื่อแยกย้ายกันไปตามทุ่น ที่ได้มอบหมาย เมื่อลงถึงที่หมาย นักดำน้ำก็ทำการผูกเหล็ก กับแท่งคอนกรีตปะการังเทียม แล้วจึงนำกิ่งปะการัง ที่เตรียมไว้ ไปผูกกับเหล็กเส้นดังกล่าว ครบ 6 ต้น เป็นอันเสร็จพิธี

puffer anemone นักดำน้ำของเรือเรารีบทำงานอย่างขมักเขม้น เนื่องจากก่อนลง มีการตกลงกันไว้แล้วว่า เราจะพยายามใช้อากาศให้น้อยที่สุด ในการทำงานนี้เพื่อเก็บอากาศไปดำน้ำใน ไดฟ์ที่สาม เนื่องจากมีความผิดพลาด ในการเตรียมถังอากาศเล็กน้อย ทำให้ถังอากาศไม่เพียงพอ ต่อจำนวนนักดำน้ำ ระหว่างทำงาน พวกเราก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิต หลากหลายชนิดที่ เริ่มมาจับจองบ้านหลังใหม่ของตัวเอง เช่นปักเป้าหน้าหมา หรือแม้แต่ดอกไม้ทะเลที่มีปลาการ์ตูนจับจองไว้แล้ว หลังจากทำงานเสร็จ นักดำน้ำทุกท่าน ก็ขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความอิ่มเอิบใจ

ไดฟ์ที่สามของวันนี้เราเรียกันว่า ไดฟ์อากาศเหลือ เราลงดำกันที่ตอนเหนือของเกาะพีพีเล ชื่อท้องถิ่นคือ หินโต๊ะ หรือ Table coral city ดำน้ำกันประมาณ 30-40 นาที เนื่องจากอากาศไดฟ์ที่แล้วเหลือกันเพียงประมาณ 100 bars

เรือของเรากลับเข้าฝั่งประมาณ 17:00 เย็นนี้เป็นวันที่ทางผู้จัดงาน ให้นักดำน้ำทั้งหลาย แยกย้ายกัน รับประทานอาหารเย็น ตามอัธยาศัย เพื่อเป็นการ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

bidanaiเช้าวันที่สองเวลา 8:30 น. เรือของเรา ก็พร้อมออกเดินทาง พาพวกเราไปดำน้ำกัน เช้านี้ เรือของเรามีจำนวนคนลดลง เพราะจำนวนหนึ่งย้ายไปเรือโชคศุลี ส่วนเรื่องถังอากาศนั้น ทีมงานเตรียมกันมาพร้อม ให้ดำน้ำกันเต็มๆ คนละ 3 ถัง จุดหมายหลักของเราในวันนี้ คือการเยี่ยมชมอนุสาวรีย์สึนามิใต้น้ำ ส่วนไดฟ์อื่นๆ ก็ใช้เวลา ชื่นชมธรรมชาติใต้น้ำ จังหวัดกระบี่ กันตามสะดวก ไดฟ์แรกของวัน เราเลือกที่จะไปลงกันที่ เกาะบิดะใน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กันกับเกาะบิดะนอก เรือของเราเปิดไดฟ์กันด้วยเต่า ตั้งแต่กระโดดน้ำกันเลยทีเดียว เราดำน้ำกันทางด้านตะวันออก ของเกาะ และที่กองหิน ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสมบูรณ์มากมีทั้งปลากลางน้ำ เช่น batfish, trevally, tuna, barracuda แล้วเลยตัดไปทางใต้ผ่าน swim through และจบไดฟ์กันที่ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะนี่เอง ระหว่างพักดำน้ำ เรือของเราก็เคลื่อนตัวไปยังอ่าวมาหยา วันนี้อ่าวมาหยามีเรือ speed boat เรือทัวร์ และ เรือ หางยาวเยอะแยะไปทั้งหาด พวกเราก็ไม่ยอมน้อยหน้าหยิบหน้ากาก ใส่ fins ลง snorkel กันอย่างสนุกสนาน เมื่อกลับขึ้นมาท้องเริ่มจะหิว ก็มีเสียงของคุณเบิ้ม หัวหน้าทีมบอกว่า“แต่งตัวกันเลยพร้อมดำน้ำได้” แล้วพวกเราก็ต้องหิ้วท้องหิวๆ ลงดำน้ำกันที่ผาด้านเหนือของอ่าว น้ำที่อ่าวมาหยาวันนี้ไม่ใสเป็นปกติ แต่สิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ก็ยังคงเยอะและ คึกคักกันเหมือนเดิม

monumentจบไดฟ์ด้วยความสนุกปนความหิว เมื่อทุกคนกลับขึ้นเรือแล้ว เราก็เริ่มรับประทานข้าวกล่อง กันอย่างเอร็ดอร่อยทันที (ไม่แน่ว่าเพราะหิวจัดหรือเปล่า) ทานอาหารเสร็จ เรือของเราก็ขยับตัวเอง ไปยังจุดดำน้ำต่อไป นั่นคือ อนุสาวรีย์ใต้น้ำ ที่หน้าอ่าวต้นไทร บริเวณที่อนุสาวรีย์ใต้น้ำนี่ตั้งอยู่นั้น บางคนเรียกกันว่าหาดลิง เนื่องจาก อยู่หน้าชายหาด ที่มีลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรือของเรา จับทุ่นอยู่ห่างจาก อนุสาวรีย์ใต้น้ำไม่ไกล เราจึงกระโดดกันท้ายเรือ และจับเข็มทิศเพื่อว่ายตรงไปยัง อนุสาวรีย์ดังกล่าว ด้านบนของจุดหมายเรา มีทุ่นพลังแสงอาทิตย์ 4 ทุ่นกั้นพื้นที่เป็นอาณาเขตให้เห็นได้ชัด ใต้น้ำวันนี้ ทัศนวิศัยไม่ค่อยดีนัก อาจจะเป็นเพราะมีนักดำน้ำ มาดำน้ำกันที่นี่หลายทีม และบางคน ยังควบคุมการลอยตัวไม่ดีนัก ทำให้อาจจะตีทรายคลุ้งขึ้นมา เราว่ายน้ำลุยพื้นทรายกันประมาณ 20 นาทีก็มาถึง “บ้านแสนสุข” ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ใต้น้ำของที่นี่ พื้นทรายของบ้านแสนสุข อยู่ที่ความลึกประมาณ 18 เมตร หน้าบ้านมีธงไทย โบกสบัดสวยงาม เด่นเป็นสง่า ศาลาแห่งนี้ มีฝูงปลาอยู่หลายฝูง บางจุดก็มีดอกไม้ทะเล มาอาศัยเป็นหลักแหล่งแล้ว นอกจากนี้ที่ศาลานี้ ยังมีปลาเก๋าตัวใหญ่ 2 ตัว มาจองที่อยู่กันแล้ว คาดว่าสิ่งมีชีวิตต่างๆคงมาจับจองพื้นที่ ของตัวเองกันในอีกไม่นานนี้

candle หลังจากดำน้ำกันมา 6 ไดฟ์ (5 ไดฟ์ครึ่ง) พวกเราก็มารวมตัวกันเพื่อปิดงาน และร่วมรับประทานอาหารเย็นกัน ก่อนอาหาร ทีมงาน นักดำน้ำอาสาสมัคร รวมไปถึง สื่อมวลชนได้ร่วมกัน จุดเทียนชัยถวายพระพร แสงเทียนจากนำดำน้ำ กว่า 100 เล่ม สว่างไสวไปทั่ว เป็น าพที่งดงามและน่าประทับใจ เสร็จแล้วพวกราก็เริ่มรับประทานอาหารกัน

singsongหลังจากนั้น ก็เป็นการแสดงพิเศษโดย คุณนุ้ยแห่งวง The Peach Band มาร้องเพลงคู่กับคุณ นิหน่า และมี คุณกุ่ยจากวง Monotone มาเล่นกีตาร์ให้ แถมด้วยพี่อุ๋ยนนทรีย์ ออกมาโชว์การร้องเพลง ด้วยตัวเอง งานนี้เล่นเอานักดำน้ำ สนุกสนาน และ ตื่นตะลึง ไปตามๆกัน นอกจากนักดำน้ำจะสนุกแล้ว เรายังแอบเห็น ชาวพีพี ที่อยู่ใกล้ๆกันมายืนดู มินิคอนเสิร์ต ที่หาที่ไหนไม่ได้นี้ด้วย จบการร้องเพลง ก็มีการแสดงควงไฟ จากน้องๆชาวพีพี เล่นเอาพวกเราตื่นเต้นหาที่ยืนดู บ้างก็ปีนเก้าอี้ดูกันอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย จบการแสดงควงไฟ ก็เป็นการประกาศ ผลรางวัลการประกวด าพถ่าย ที่นักด้ำน้ำทั้งหลาย ถ่ายกันในสองวันที่ผ่านมาและส่งให้ คณะกรรมการ และ ทีมงานตัดสิน โดยคณะกรรมการตัดสินมีทั้ง คุณนัท สุมนเตมีย์ และ คุณนนทรีย์ นิมิตรบุตร ผู้ชนะเลิศ และผู้เข้ารอบทั้งหลายก็ได้รับรางวัลใหญ่ๆกันทั่วหน้า เช่น wetsuit จาก Armomax บัตรสมนาคุณจาก damnum.com และอื่นๆ ประมาณ 22:00 น. พวกเราก็เริ่มทะยอยกันกลับห้องเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้นเพื่อกลับไปสู่ชีวิตปกติของพวกเราอีกครั้ง

การมาคราวนี้ นอกจากจะได้ดำน้ำ ดูความสวยงาม ของหมู่เกาะพีพีแล้ว นักดำน้ำทุกๆคน ยังได้รับความอิ่มเอิบใจ ที่ได้ร่วมกันกระทำความดี โดยการปลูกปะการัง เพื่อเพิ่มแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ และ ลด าระของจุดดำน้ำเดิมๆ ของหมู่เกาะพีพีอีกด้วย ในอนาคตอันใกล้นี้ หวังว่าปะการังที่่พวกเรา ได้ร่วมกับปลูก จะเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ แห่งเล็กๆ แต่สวยงาม อีกแห่งของชาวพีพี และทะเลของเรา ต่อไปอีกนานเท่านาน

Comments are closed.